ขอใบเสนอราคาทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีครบวงจรรายปี: เปรียบราคา วิธีขอ และสิ่งที่ควรระวัง
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ในประเทศไทย การขอใบเสนอราคาทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีครบวงจรรายปีคือการเลือกพันธมิตรทางการเงินระยะยาว ไม่ใช่เพียงการหาเจ้าที่ถูกที่สุด ใบเสนอราคาที่ดีต้องระบุขอบเขตงานชัดเจน มีชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่จะเซ็นงบ และไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง บทความนี้สรุปวิธีเปรียบเทียบราคา รายการบริการที่ควรมีในแพ็กเกจ และสัญญาณอันตรายที่ต้องระวังก่อนเซ็นสัญญา
จากประสบการณ์ของ ACC Consulting ที่ดูแลลูกค้า SME มากกว่า 400 บริษัท เราพบว่าเจ้าของธุรกิจจำนวนมากสับสนระหว่าง “ค่าทำบัญชี” และ “ค่าสอบบัญชี” และไม่แน่ใจว่าในใบเสนอราคาหนึ่งใบควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง บทความนี้จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาและขอบเขตงานได้อย่างมืออาชีพ
สรุปสั้น ๆ ก่อนขอใบเสนอราคา
-
- แพ็กเกจครบวงจร (ทำบัญชี + ภาษี + สอบบัญชี + ยื่นงบ) มักคุ้มกว่าและลดความเสี่ยงข้อมูลไม่ตรงกันเมื่อเทียบกับการจ้างแยกส่วน
-
- บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีตามกฎหมาย
-
- ราคาขึ้นกับขนาดธุรกิจ จำนวนเอกสารต่อเดือน ความซับซ้อน ซอฟต์แวร์ที่ใช้ และคุณสมบัติของสำนักงาน
-
- ก่อนเซ็นสัญญา ให้ตรวจสอบเลขทะเบียน CPA กับสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) และเปรียบเทียบขอบเขตงานแบบ Apple-to-Apple ไม่ใช่ดูแค่ราคาสุดท้าย
ทำไมต้องขอใบเสนอราคาแบบ “ครบวงจร” แทนการจ้างแยกส่วน
ในตลาดปัจจุบันมีสำนักงานบัญชีที่ให้บริการเฉพาะการบันทึกบัญชีรายเดือน และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่รับงานตรวจสอบอย่างเดียว การจ้างแยกส่วนอาจดูประหยัดในบางกรณี แต่ในทางปฏิบัติสำหรับ SME การขอใบเสนอราคาแบบแพ็กเกจครบวงจร (Integrated Package) มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทั้งด้านต้นทุนรวมและความต่อเนื่องของข้อมูล
จ้างทำบัญชีอย่างเดียว vs. แพ็กเกจรวมตรวจสอบบัญชี (Audit) + ภาษี
การจ้างทำบัญชีอย่างเดียว (Bookkeeping) เน้นการบันทึกรายรับ-รายจ่ายรายเดือนและการยื่นภาษีประจำเดือนตามประมวลรัษฎากร ส่วนการตรวจสอบบัญชี (Audit) เป็นกระบวนการปลายปีที่ต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เข้าตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
| ประเด็น | จ้างแยกส่วน | แพ็กเกจครบวงจร |
|---|---|---|
| การประสานงาน | ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีคนละสำนักงาน ต้องรับ-ส่งเอกสารข้ามองค์กร | ทำงานเป็นทีมเดียว ข้อมูลไหลเวียนต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี |
| ความเสี่ยงข้อมูลไม่ตรงกัน (Data Mismatch) | สูงกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างทำ | ต่ำกว่า เพราะใช้ระบบและฐานข้อมูลเดียวกัน |
| ความรวดเร็วในการปิดงบและยื่น DBD | ช้ากว่า ต้องรอเอกสารข้ามสำนักงาน | เร็วกว่า ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน |
| ต้นทุนรวม | อาจดูถูกในบางรายการ แต่รวมแล้วมักสูงกว่า | มักมีส่วนลดแพ็กเกจ คุ้มกว่าในภาพรวม |
กรณีที่กฎหมายบังคับให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินและแสดงความเห็นก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน หากขาดส่วนนี้ บริษัทจะไม่สามารถยื่นงบการเงินได้ ซึ่งมีโทษปรับทั้งตัวนิติบุคคลและกรรมการ
บริการอะไรบ้างที่ควรอยู่ในแพ็กเกจ “ครบวงจรรายปี”
เมื่อได้รับใบเสนอราคา โปรดตรวจสอบว่ามีรายการบริการต่อไปนี้ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อป้องกันการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมภายหลัง
1. การบันทึกบัญชีรายเดือน (Monthly Bookkeeping) และปิดงบรายปี
-
- บันทึกรายการค้าตามมาตรฐานการบัญชี (TFRS for NPAEs)
-
- จัดทำสมุดรายวันต่าง ๆ (ซื้อ ขาย รับเงิน จ่ายเงิน ทั่วไป)
-
- จัดทำทะเบียนสินทรัพย์ถาวรและคำนวณค่าเสื่อมราคา
2. การยื่นภาษีตามประมวลรัษฎากร
-
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53): ยื่นทุกเดือนตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50
-
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30): ยื่นทุกเดือนหากจดทะเบียน VAT (มาตรา 83)
-
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภ.ง.ด.51): ประมาณการกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามมาตรา 67 ทวิ
-
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี (ภ.ง.ด.50): คำนวณภาษีจากกำไรสุทธิทางภาษีตามมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี
3. การตรวจสอบบัญชีโดย CPA
-
- การตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป
-
- การออกรายงานผลการสอบบัญชี (Audit Report)
-
- การทดสอบการควบคุมภายในเบื้องต้น
4. การจัดทำและยื่นงบการเงิน (E-Filing)
-
- การยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด (1 เดือนนับแต่วันอนุมัติงบการเงิน)
5. บริการที่ปรึกษาและวางแผนภาษี
-
- การให้คำแนะนำเบื้องต้นเพื่อประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
-
- การเตรียมตัวเมื่อถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกตรวจสอบ
ปัจจัยที่กำหนดราคาใบเสนอราคา: ทำไมราคาถึงต่างกันมาก
ราคาทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีไม่มีราคากลางที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักดังนี้
| ปัจจัย | ผลต่อราคา |
|---|---|
| ขนาดและประเภทธุรกิจ | บริษัทที่มีพนักงาน 50 คน ย่อมมีค่าบริการต่างจากบริษัทโฮลดิ้งที่มีเพียงรายการรับเงินปันผล |
| จำนวนเอกสาร (Transaction Volume) | หากมีบิลซื้อ-ขายมากกว่า 200 ใบต่อเดือน ค่าแรงในการบันทึกข้อมูลจะสูงขึ้น |
| ความซับซ้อนของธุรกิจ | ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีศุลกากร หรือโรงงานผลิตที่ต้องคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ มีค่าบริการสูงกว่าธุรกิจบริการ |
| ซอฟต์แวร์บัญชี | ระบบ Cloud Accounting เช่น PEAK Account, FlowAccount หรือ QuickBooks มักช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ส่งผลให้ค่าบริการยืดหยุ่นกว่าโปรแกรมรุ่นเก่าที่ต้องรอเอกสารกระดาษ |
| คุณสมบัติของสำนักงาน | สำนักงานที่มี CPA ประจำ และมีระบบควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี (TSQC 1) มักเรียกเก็บค่าบริการสูงกว่าฟรีแลนซ์ เนื่องจากมีมาตรฐานความรับผิดชอบสูงกว่า |
วิธีขอใบเสนอราคาให้ได้ราคาและขอบเขตที่ชัดเจน
เพื่อให้ได้ใบเสนอราคาที่สะท้อนความเป็นจริงที่สุด เจ้าของธุรกิจควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
-
- เตรียมข้อมูลกิจการ: แจ้งประเภทนิติบุคคล รายได้โดยประมาณต่อปี จำนวนพนักงาน และจำนวนรายการค้า (Transactions) ต่อเดือน
-
- ระบุความต้องการพิเศษ: เช่น ต้องการให้เข้ามารับเอกสารที่ออฟฟิศ หรือต้องการใช้โปรแกรมบัญชีตัวใดเป็นพิเศษ
-
- ถามหาค่าใช้จ่ายแฝง: สอบถามให้ชัดเจนว่าค่าบริการรวมค่าจัดพิมพ์รายงาน ค่าธรรมเนียมการยื่นงบ (Government Fee) หรือค่าพาหนะแล้วหรือยัง
-
- ตรวจสอบเลขใบอนุญาต: ขอชื่อและเลขทะเบียน CPA ของผู้ที่จะมาเซ็นงบการเงินของคุณ
-
- เปรียบเทียบ Apple-to-Apple: อย่าดูแค่ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย ให้ดูว่าขอบเขตงาน (Scope of Work) เท่ากันหรือไม่
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ในใบเสนอราคาที่ควรระวัง
-
- ราคาถูกเกินไปจนผิดสังเกต: อาจหมายถึงการลดทอนคุณภาพงาน หรือมอบหมายเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์มาดูแลบัญชีของคุณ
-
- ไม่ระบุชื่อ CPA ผู้รับผิดชอบ: อาจนำไปสู่ปัญหาหาผู้เซ็นงบตอนปลายปีไม่ได้
-
- ขอบเขตงานกำกวม: เช่น เขียนเพียงว่า “ดูแลภาษีให้” โดยไม่ระบุว่ารวมการยื่น ภ.ง.ด.51 หรือ ภ.พ.30 หรือไม่
-
- ไม่มีข้อตกลงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): ข้อมูลบัญชีเป็นข้อมูลลับของบริษัท สำนักงานมืออาชีพต้องมีระบบจัดเก็บและรักษาความลับที่ชัดเจน
-
- ไม่มีความรับผิดชอบกรณีส่งงานช้า: หากสำนักงานทำให้คุณโดนค่าปรับสรรพากร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องระบุในสัญญา
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญากับสำนักงานบัญชีครบวงจร
-
- ตรวจสอบสถานะ CPA: นำชื่อ-นามสกุลของผู้สอบบัญชีไปเช็กที่เว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) เพื่อดูว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
-
- ดู Portfolio: ขอดูตัวอย่างธุรกิจที่สำนักงานดูแลอยู่ว่าตรงกับประเภทธุรกิจของคุณหรือไม่
-
- ตกลงเรื่องซอฟต์แวร์: หากคุณใช้ PEAK หรือ Express ต้องมั่นใจว่าทีมงานชำนาญในโปรแกรมนั้นจริง
-
- เงื่อนไขการเลิกสัญญา: หากทำงานด้วยกันไม่ได้ การโอนย้ายข้อมูลและเอกสารบัญชีคืนต้องทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกินควร
การเลือกสำนักงานบัญชีที่มีคุณภาพจะช่วยประหยัดเวลาและลดความกังวลเรื่องภาษี เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
– ค่าทำบัญชีกับค่าสอบบัญชีต่างกันอย่างไร
ค่าทำบัญชี (Bookkeeping) คือค่าบริการบันทึกรายการค้าและยื่นภาษีรายเดือนตลอดทั้งปี ส่วนค่าสอบบัญชี (Audit) คือค่าบริการที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินปลายปี เป็นคนละบริการและคนละผู้รับผิดชอบ แต่สามารถรวมไว้ในแพ็กเกจครบวงจรเดียวกันได้
– บริษัทจำกัดจำเป็นต้องมีผู้สอบบัญชีทุกปีหรือไม่
จำเป็น บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ก่อนนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) มิฉะนั้นจะมีโทษปรับทั้งนิติบุคคลและกรรมการ
– ในใบเสนอราคาควรมีรายการอะไรบ้าง
ใบเสนอราคาครบวงจรควรระบุ การบันทึกบัญชีรายเดือนและปิดงบรายปี การยื่นภาษี (ภ.ง.ด.1/3/53, ภ.พ.30, ภ.ง.ด.51, ภ.ง.ด.50) การตรวจสอบบัญชีโดย CPA การยื่นงบการเงินและ บอจ.5 ต่อ DBD รวมถึงบริการที่ปรึกษาภาษี พร้อมระบุชื่อผู้รับผิดชอบและค่าใช้จ่ายแฝง (ถ้ามี) ให้ชัดเจน
– ทำไมราคาแต่ละสำนักงานถึงต่างกันมาก
เพราะราคาขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทธุรกิจ จำนวนเอกสารต่อเดือน ความซับซ้อนของกิจการ ซอฟต์แวร์บัญชีที่ใช้ และคุณสมบัติของสำนักงาน เช่น การมี CPA ประจำและระบบควบคุมคุณภาพ (TSQC 1) จึงควรเปรียบเทียบขอบเขตงานแบบ Apple-to-Apple ไม่ใช่ดูเพียงราคาสุดท้าย
– จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้สอบบัญชีมีใบอนุญาตจริง
สามารถนำชื่อ-นามสกุลและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีไปตรวจสอบสถานะใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) เพื่อยืนยันว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุและมีสิทธิเซ็นงบการเงิน
– ถ้าใช้ PEAK Account อยู่แล้ว ช่วยให้ค่าบริการถูกลงไหม
มีโอกาส เพราะ PEAK Account เป็นระบบ Cloud Accounting ที่ให้สำนักงานบัญชีเข้าถึงข้อมูลและเอกสารได้แบบเรียลไทม์ ลดงานคีย์ข้อมูลซ้ำและการรับ-ส่งเอกสารกระดาษ ซึ่งอาจทำให้ค่าบริการยืดหยุ่นกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสำนักงาน
สรุป
การขอใบเสนอราคาทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีครบวงจรรายปีที่ดี ต้องโฟกัสที่ขอบเขตงานและความน่าเชื่อถือมากกว่าราคาที่ถูกที่สุด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบเสนอราคามีบริการครบทั้งทำบัญชี ยื่นภาษี สอบบัญชีโดย CPA และยื่นงบต่อ DBD ระบุชื่อผู้รับผิดชอบชัดเจน ปราศจากค่าใช้จ่ายแฝง และยืนยันสถานะ CPA กับ TFAC ก่อนเซ็นสัญญาเสมอ
หากต้องการประเมินขอบเขตงานและรับใบเสนอราคาทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีครบวงจรที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ทีมงาน ACC Consulting พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น รายละเอียดทางภาษีและบัญชีอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ
ผู้เขียน
ACC CONSULTING CO., LTD. ประสบการณ์ 5+ ปี · ดูแลลูกค้า SME มากกว่า 400 บริษัท · Specialty: accounting, audit, tax planning for Thai SME businesses
📞 02-114-7715 · ✉️ [email protected]


