คลินิกความงามกับความเสี่ยงทางภาษีที่หมอหลายคนไม่รู้!

คลินิกความงามกับความเสี่ยงทางภาษีที่หมอหลายคนไม่รู้!

💡 ขายดีแต่ภาษีตามมา... เรื่องจริงของเจ้าของคลินิกหลายคน

         หลายคลินิกที่ยอดขายดีมากในช่วงนี้ มักเจอกับปัญหาเดียวกันคือ “ภาษีย้อนหลัง” หรือ “ภาษีไม่ตรงกับรายได้จริง”
ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เกิดจาก การบันทึกบัญชีผิด หรือ ไม่รู้ว่ารายได้ประเภทไหนต้องเสียภาษีบ้าง

          ในธุรกิจคลินิก โดยเฉพาะคลินิกเสริมความงาม รายได้มาจากหลายทาง — ทั้งคอร์สเลเซอร์, ทรีตเมนต์, ครีมบำรุง, และแพ็กเกจโปรโมชั่น
          หากไม่แยกประเภทให้ชัดเจนระหว่าง “ค่ารักษาพยาบาล” กับ “การขายสินค้า” ก็อาจทำให้เสียภาษีซ้ำซ้อน หรือโดนเรียกตรวจได้เลยค่ะ

🧾 ภาษีที่คลินิกต้องรู้และมักพลาดกันบ่อย

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

  • รายได้จาก ค่ารักษาพยาบาล (Medical Service) ได้รับการ ยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ภ)

  • แต่รายได้จาก การขายสินค้า เช่น ครีม, เซรั่ม, อาหารเสริม ถือเป็น สินค้าต้องเสีย VAT 7%

ข้อควรระวัง:
ถ้าออกใบเสร็จรวมกันโดยไม่แยก VAT กับ Non-VAT
ระบบบัญชีจะบันทึกภาษีผิดประเภท และอาจถูกสรรพากรเรียกตรวจย้อนหลังได้

2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax – PND.3 / 53)

  • หากคลินิกจ้างแพทย์ร่วม หรือฟรีแลนซ์มาทำงานเป็นครั้งคราว
    ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แล้วนำส่งสรรพากร (แบบ PND.3)

  • หากจ้างบริษัทภายนอก เช่น ทำการตลาดออนไลน์ หรือบริการบัญชี
    ต้องหักภาษี 3% หรือ 5% (แบบ PND.53)

❌ ปัญหาที่เจอบ่อยคือ “จ่ายครบ แต่ไม่หักภาษี” → เสียเบิ้ลตอนตรวจสอบ

3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล (PND.50 / PND.51 / PND.90)

  • ถ้าคลินิกจดในนามบริษัท ต้องยื่น PND.50 ทุกปี และ PND.51 ครึ่งปี

  • ถ้าเป็นชื่อแพทย์เจ้าของ ต้องยื่น PND.90 / 91 โดยคิดตามมาตรา 40(1), 40(2), 40(6)**
    เช่น รายได้จากการตรวจคนไข้ หรือรายได้ค่าทำหัตถการ

💡 หมอหลายคนเข้าใจผิดว่า “มีแต่รายได้จากการรักษา”
แต่จริง ๆ แล้ว รายได้จาก คอร์สความงาม หรือ การขายผลิตภัณฑ์ ก็ถือเป็นรายได้ต้องยื่นภาษีเหมือนกันค่ะ

4. ภาษีเงินเดือนพนักงาน (PND.1) และประกันสังคม

ทุกเดือน คลินิกต้องยื่นแบบ PND.1 สำหรับภาษีเงินเดือน
พร้อมส่ง แบบประกันสังคม (สปส.1-10) ให้ครบ
หากไม่ส่งตรงเวลา จะโดนค่าปรับและดอกเบี้ยรายเดือนจากกรมสรรพากร

📊 ตัวอย่างเคสจริง: ยอดขายหลักล้าน แต่โดนภาษีเรียกเพิ่ม

         คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รายได้เฉลี่ยเดือนละ 1.2 ล้านบาท บันทึกบัญชีรวมค่ารักษาและขายครีมอยู่ในใบเสร็จเดียวกัน
ต่อมาสรรพากรตรวจพบว่ามีการขายสินค้ารวมกับบริการทางการแพทย์  → จึงตีความให้เสีย VAT 7% ทั้งยอด 1.2 ล้าน

ผลลัพธ์: ภาษีย้อนหลัง 7% ของยอดขายทั้งปี + เบี้ยปรับ + เงินเพิ่ม
รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท

⚙️ วิธีจัดการบัญชีและภาษีคลินิกอย่างมืออาชีพ

  • ใช้ระบบบัญชีแยกประเภทรายได้อย่างชัดเจน
    โปรแกรม Peak Account สามารถตั้ง “หมวดรายได้” เช่น

    • รายได้จากค่ารักษา

    • รายได้จากการขายสินค้า

    • รายได้จากบริการเสริมความงาม
      เพื่อให้บันทึกและคำนวณ VAT ถูกต้องอัตโนมัติ

  • บันทึกค่าใช้จ่ายและภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือน
    ไม่ต้องรอสิ้นปี เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีผลต่อการคำนวณภาษีจริงปลายปี

  • จัดเก็บเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน
    เช่น ใบเสร็จ, ใบกำกับภาษี, หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย, สลิปเงินเดือน
    เพื่อรองรับการตรวจสอบจากสรรพากร

  • มีที่ปรึกษาบัญชีและภาษีเฉพาะทางคลินิกดูแล
    เพราะธุรกิจคลินิกมีโครงสร้างภาษีซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป
    การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบเอกสารและคำนวณภาษีทุกเดือน
    จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาษีย้อนหลังได้มหาศาลค่ะ

🧠 ทำไมควรให้ ACC Consulting ดูแลภาษีคลินิกของคุณ

  • ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีเฉพาะทางธุรกิจคลินิก

  • ประสบการณ์มากกว่า 100 เคสทั่วประเทศ ทั้งคลินิกความงามและคลินิกแพทย์เฉพาะทาง

  • ใช้ระบบ Peak Account ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีแบบเรียลไทม์

  • ช่วยให้เจ้าของคลินิกเห็นภาพ “รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ภาษี” ชัดเจนในหน้าเดียว

  • วางแผนภาษีเชิงรุก ลดภาระภาษีโดยไม่เสี่ยงต่อการตรวจย้อนหลัง

🌟 อย่ารอให้ภาษีมาเตือนคุณก่อน

ธุรกิจคลินิกอาจกำไรดี แต่ถ้า “บัญชีและภาษีไม่เป็นระบบ” ก็อาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังมากกว่าที่ควร
การเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณบริหารคลินิกได้อย่างมั่นใจและโปร่งใสในระยะยาว

✨ ให้ ACC Consulting ดูแลเรื่องบัญชีและภาษีคลินิกของคุณ
ด้วยระบบ Peak Account ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคลินิกโดยเฉพาะ

📞 โทร. 02-114-7715
🌐 www.accconsultingservice.com
💻 ระบบบัญชี Peak Account เพื่อธุรกิจคลินิกยุคใหม่

Facebook
Twitter
Pinterest

ความรู้/ข่าวสารที่คุณอาจสนใจ

บัญชีคลินิกเวชกรรม

ทำบัญชีคลินิกเวชกรรม ครบทุกขั้นตอน — ภาษี สต็อกยา ใบเสร็จ [อัปเดต 2569]

การทำบัญชีคลินิกเวชกรรมต้องแยกรายได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ รายได้จากการรักษาพยาบาล (มาตรา 40(6)) ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายได้จากการขายยาหรือสินค้า (มาตรา 40(8))

อ่านต่อ »
เงินกู้ยืมกรรมการ

บริษัทกู้ยืมกรรมการ คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ถึงปลอดภัยสุด? (แนวทางลดเสี่ยงโดนสรรพากร)

บริษัทกู้ยืมกรรมการ คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ถึงปลอดภัยสุด ไม่เสี่ยงโดนสรรพากร?           เจ้าของกิจการหลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้: ธุรกิจต้องหมุนเงินด่วน เลย “ให้กรรมการยืมเงินบริษัท” ไ

อ่านต่อ »
ธุรกิจคอร์สต้องเข้าใจเรื่อง “รายได้รอการรับรู้” เพื่อไม่ให้กำไรผิดเพี้ยน!

“รายได้รอการรับรู้” เรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจคอร์สต้องเข้าใจ ก่อนที่ตัวเลขกำไรจะหลอกคุณ!

          เคยไหมครับ? ธุรกิจของคุณขายคอร์สเรียน คอร์สความงาม หรือโปรแกรมฟิตเนสได้ยอดขายเป็นแสนในเดือนเดียว แต่พอสิ้นเดือนมาดูตัวเลขกำไร กลับไม่รู้เลยว่า “ที่เห็นกำไรอยู่ในบัญชี จริ

อ่านต่อ »

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า