บัญชีคลินิกเวชกรรม

ทำบัญชีคลินิกเวชกรรม ครบทุกขั้นตอน — ภาษี สต็อกยา ใบเสร็จ [อัปเดต 2569]

การทำบัญชีคลินิกเวชกรรมต้องแยกรายได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ รายได้จากการรักษาพยาบาล (มาตรา 40(6)) ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายได้จากการขายยาหรือสินค้า (มาตรา 40(8)) ที่ต้องเสีย VAT หากรายได้ส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

คลินิกเวชกรรมหลายแห่งประสบปัญหาเรื่องภาษีเพราะไม่ได้แยกรายได้ 2 ส่วนนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ทำให้เสีย VAT เกินจำเป็น หรือโดนเรียกเก็บย้อนหลังเมื่อถูกสรรพากรตรวจสอบ

ACC Consulting มีประสบการณ์ดูแลระบบบัญชีและภาษีให้คลินิกเวชกรรมทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดพิษณุโลกมากกว่า 15 ปี บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนที่จำเป็นอย่างเข้าใจง่าย พร้อม checklist เอกสารและแผนผังบัญชีตัวอย่าง

รายได้คลินิก 2 ประเภท — มาตรา 40(6) vs มาตรา 40(8)

รายได้ของคลินิกเวชกรรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่มีผลทางภาษีต่างกันอย่างสิ้นเชิง เจ้าของคลินิกต้องเข้าใจความแตกต่างนี้ก่อนเริ่มทำบัญชี

รายการ มาตรา 40(6) — รายได้จากการรักษา มาตรา 40(8) — รายได้จากขายสินค้า
ตัวอย่างรายได้ ค่าตรวจ, ค่ารักษา, ค่าหัตถการ, ค่าปรึกษาแพทย์ ขายยา, ครีม, อาหารเสริม, อุปกรณ์การแพทย์
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ✅ ยกเว้น VAT ❌ ต้องเสีย VAT 7% (ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี)
หักค่าใช้จ่าย เหมา 60% หรือตามจริง (เลือกได้) ตามจริงเท่านั้น
หัก ณ ที่จ่าย ถูกหัก 3% (กรณีรับงานจากนิติบุคคล) ไม่ถูกหัก (ขายปลีกทั่วไป)
เงื่อนไขสำคัญ ต้องเป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตสถานพยาบาล (ไม่มีเตียง) รวมการขายสินค้าทั้งหน้าร้านและออนไลน์

ข้อควรระวัง: หากคลินิกเปิดเป็นสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยค้างคืน รายได้ทั้งหมดจะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ไม่ใช่ 40(6) ซึ่งมีผลต่อการเสียภาษีโดยตรง

บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล — คลินิกควรจดแบบไหน

การเลือกรูปแบบธุรกิจมีผลอย่างมากต่อภาระภาษีของคลินิก จากประสบการณ์ของ ACC Consulting คลินิกที่มีรายได้สุทธิเกิน 5 ล้านบาทต่อปี มักประหยัดภาษีได้มากกว่าเมื่อจดเป็นนิติบุคคล

เกณฑ์เปรียบเทียบ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล (บริษัทจำกัด)
เหมาะกับ คลินิกเล็ก แพทย์เจ้าของคนเดียว คลินิกรายได้สูง มีหุ้นส่วนหลายคน
อัตราภาษี ก้าวหน้า 5-35% (ยิ่งรายได้เยอะ ยิ่งเสียภาษีแพง) กำไรสุทธิ 15-20% (คงที่)
หักค่าใช้จ่าย เหมา 60% หรือตามจริง ตามจริงเท่านั้น (แต่หักได้ครบกว่า)
ความซับซ้อนบัญชี ง่าย อาจทำเองได้ ต้องมีนักบัญชีและผู้สอบบัญชี (CPA)
จุดคุ้มทุนโดยประมาณ รายได้สุทธิไม่เกิน 3-5 ล้าน/ปี รายได้สุทธิเกิน 5 ล้าน/ปี ขึ้นไป

คำแนะนำจาก ACC Consulting: หากคุณกำลังเปิดคลินิกใหม่ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนเลือกรูปแบบธุรกิจ เพราะการเปลี่ยนภายหลังมีค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากสูง

Checklist 10 ขั้นตอนจัดระบบบัญชีคลินิก

การจัดระบบบัญชีคลินิกเวชกรรมที่ดีต้องครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างธุรกิจไปจนถึงการยื่นภาษี ทำตามขั้นตอนนี้ให้ครบ

  1. เลือกรูปแบบธุรกิจ — บุคคลธรรมดา / ห้างหุ้นส่วน / บริษัทจำกัด พิจารณาจากรายได้คาดการณ์และจำนวนหุ้นส่วน
  2. จดทะเบียนธุรกิจและภาษี — จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้าจำเป็น) และเปิดบัญชีธนาคารเฉพาะกิจการ
  3. กำหนดวิธีการบัญชี — แนะนำใช้วิธี accrual basis (เกณฑ์คงค้าง) เพราะให้ภาพการเงินที่ครบถ้วนกว่าวิธีเงินสด
  4. ตั้งแผนผังบัญชี (Chart of Accounts) — จัดหมวดรายได้/ค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับธุรกิจคลินิก (ดูตัวอย่างด้านล่าง)
  5. จัดระบบเอกสารรับ-จ่าย — ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบสำคัญจ่าย Stock Card ยา และสลิปเงินเดือน
  6. แยกรายได้ตามประเภท — แยกรายได้รักษาพยาบาล (40(6)) ออกจากรายได้ขายสินค้า (40(8)) ให้ชัดเจน
  7. ติดตามสต็อกยาและเวชภัณฑ์ — ใช้วิธี FIFO (First In, First Out) เพราะยามีวันหมดอายุ
  8. บันทึกค่าเสื่อมครุภัณฑ์การแพทย์ — หักค่าเสื่อมราคาเครื่องมือแพทย์ตามเกณฑ์ภาษี 5 ปี (วิธีเส้นตรง)
  9. จัดการเงินเดือนและสวัสดิการ — สัญญาจ้าง เงินเดือน ประกันสังคม ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินได้พนักงาน
  10. ยื่นภาษีตามกำหนด — VAT รายเดือน หัก ณ ที่จ่ายรายเดือน ภาษีเงินได้ครึ่งปีและประจำปี พร้อมงบการเงิน

แผนผังบัญชี (Chart of Accounts) สำหรับคลินิกเวชกรรม

แผนผังบัญชีที่เหมาะสมสำหรับคลินิกเวชกรรมควรแยกรายได้ตามมาตราภาษี และแยกต้นทุนยาออกจากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

รหัส ชื่อบัญชี หมายเหตุ
1000 เงินสด / ธนาคาร บัญชีกิจการเท่านั้น ห้ามใช้บัญชีส่วนตัว
1010 ลูกหนี้การค้า ค้างรับจากบริษัทประกัน / คู่สัญญา
1020 สต็อกยา / เวชภัณฑ์ ใช้ FIFO เพราะมีวันหมดอายุ
1100 ครุภัณฑ์การแพทย์ หัก ณ ค่าเสื่อมสะสม 5 ปี
2000 เจ้าหนี้การค้า ค่ายาจากตัวแทนจำหน่าย
2010 VAT ต้องชำระ เฉพาะส่วนขายสินค้า 40(8)
4000 รายได้บริการตรวจรักษา มาตรา 40(6) — ยกเว้น VAT
4010 รายได้หัตถการ มาตรา 40(6) — ยกเว้น VAT
4020 ขายยา / สินค้า มาตรา 40(8) — ต้องเสีย VAT
5000 ต้นทุนยา / เวชภัณฑ์ COGS — ต้นทุนขาย
6000 เงินเดือนพนักงาน รวมพยาบาล ผู้ช่วย เจ้าหน้าที่
6010 ค่าเช่าสถานที่
6020 ค่าสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต
6030 ค่าเสื่อมราคา เครื่องมือแพทย์ ตู้เย็นยา คอมพิวเตอร์
6040 ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ถุงมือ mask สำลี เข็มฉีดยา
6050 ค่าโฆษณา / การตลาด

การจัดการสต็อกยาและเวชภัณฑ์

คลินิกเวชกรรมควรใช้วิธี FIFO (First In, First Out) สำหรับสต็อกยา เพราะยามีวันหมดอายุ ของที่ซื้อก่อนต้องจ่ายออกก่อนเสมอ

สิ่งที่ต้องทำ:

  • ทำ Stock Card — บันทึกยอดรับเข้า จ่ายออก คงเหลือ ของยาแต่ละรายการ
  • ตรวจนับสต็อกอย่างน้อยทุกเดือน — เทียบกับบันทึกในระบบ
  • ยาหมดอายุ — บันทึกเป็น “ผลขาดทุนจากสินค้า” ต้องมีเอกสารทำลายเป็นหลักฐาน (บันทึกวันที่ จำนวน มูลค่า ผู้รับผิดชอบ)
  • แยก lot — ยาแต่ละ lot อาจมีราคาต้นทุนต่างกัน ต้องบันทึกแยก

PEAK Account มีฟีเจอร์จัดการสต็อกสินค้า ติดตามยอดคงเหลือ และต้นทุนขายอัตโนมัติ ช่วยให้คลินิกไม่ต้อง track ด้วย Excel อีกต่อไป ACC Consulting เป็นพาร์ทเนอร์ PEAK Account ช่วยตั้งค่าระบบให้เหมาะกับคลินิกของคุณ

ภาษีที่คลินิกต้องยื่น — ปฏิทินกำหนดส่ง

คลินิกเวชกรรมต้องยื่นภาษีหลายประเภทตามกำหนดที่แตกต่างกัน หากยื่นไม่ทันจะถูกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

ภาษี แบบฟอร์ม กำหนดยื่น (ออนไลน์) หมายเหตุ
หัก ณ ที่จ่ายรายเดือน ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยาย 8 วัน) ทุกเดือน
VAT (ถ้าจดทะเบียน) ภ.พ.30 ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป เฉพาะส่วนขายสินค้า 40(8)
ภาษีเงินได้ครึ่งปี ภ.ง.ด.94 / ภ.ง.ด.51 ก.ย. (บุคคล) / ส.ค. (นิติบุคคล) ปีละครั้ง
ภาษีเงินได้ประจำปี ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.50 เม.ย. (บุคคล) / พ.ค. (นิติบุคคล) ปีถัดไป พร้อมงบการเงิน
ประกันสังคม สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน

ดูกำหนดยื่นภาษีครบทุกแบบได้ที่ ปฏิทินภาษี ACC Consulting

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบัญชีคลินิก

  1. ไม่แยกรายได้ 40(6) กับ 40(8) — ทำให้เสีย VAT เกินจำเป็น หรือถูกสรรพากรเรียกเก็บย้อนหลัง
  2. ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินคลินิก — สร้างปัญหาใหญ่เมื่อถูกตรวจสอบ ไม่สามารถพิสูจน์รายได้-ค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน
  3. ไม่ทำ Stock Card ยา — ต้นทุนขายผิดพลาด กำไรที่คำนวณไม่ตรงกับความเป็นจริง
  4. ลืมหักค่าเสื่อมครุภัณฑ์การแพทย์ — เสียภาษีมากกว่าที่ควรเป็นจำนวนหลายแสนบาทต่อปี
  5. ยื่นภาษีไม่ตรงกำหนด — โดนเบี้ยปรับ + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน สะสมเป็นเงินก้อนใหญ่

ซอฟต์แวร์บัญชีที่ ACC Consulting แนะนำสำหรับคลินิก

  • PEAK Account — โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ฟีเจอร์ครบ ออกใบเสร็จ จัดการสต็อก ภาษีซื้อ-ภาษีขาย รายงานกำไรขาดทุน ACC Consulting เป็นพาร์ทเนอร์ PEAK ช่วยตั้งค่าและดูแลให้ทั้งระบบ
  • Express Accounting — เหมาะกับคลินิกที่จดเป็นนิติบุคคลและต้องการงบการเงินครบถ้วนตามมาตรฐานการบัญชี

ดูบริการจัดทำบัญชีของ ACC ที่ บริการจัดทำบัญชี ACC Consulting

ACC Consulting ช่วยคลินิกของคุณได้อย่างไร

ACC Consulting ให้บริการด้านบัญชีและภาษีสำหรับคลินิกครบวงจร:

  • วางแผนโครงสร้างภาษี — ช่วยเลือกระหว่างบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ให้ประหยัดภาษีสูงสุด → วางแผนภาษี
  • จัดทำบัญชีรายเดือน — แยกรายได้ 40(6) และ 40(8) ถูกต้อง พร้อมรายงานกำไรขาดทุน → จัดทำบัญชี
  • จัดระบบสต็อกยา — ตั้งค่า PEAK Account ให้ติดตามสต็อกอัตโนมัติ
  • ยื่นภาษีทุกแบบตามกำหนด — VAT, หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้ ไม่มีพลาด → ปฏิทินภาษี
  • ตรวจสอบบัญชีประจำปี — โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) → ตรวจสอบบัญชี

สรุป

การทำบัญชีคลินิกเวชกรรมที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการแยกรายได้มาตรา 40(6) กับ 40(8) ให้ชัดเจน เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสม จัดระบบสต็อกยาด้วย FIFO และยื่นภาษีตรงตามกำหนดทุกเดือน/ทุกปี

หากไม่แน่ใจหรือต้องการความช่วยเหลือ ปรึกษา ACC Consulting ที่มีประสบการณ์ดูแลคลินิกกว่า 15 ปี เราช่วยได้ตั้งแต่วางโครงสร้างภาษีจนถึงปิดงบประจำปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คลินิกเวชกรรมต้องจด VAT ไหม?

รายได้จากการรักษาพยาบาล (มาตรา 40(6)) ได้รับยกเว้น VAT ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าคลินิกมีรายได้จากการขายยาหรือสินค้า (มาตรา 40(8)) และรายได้ส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT สำหรับส่วนขายสินค้า

คลินิกควรจดเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล?

คลินิกที่มีรายได้สุทธิเกิน 5 ล้านบาทต่อปี จดเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด) มักประหยัดภาษีมากกว่า เพราะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ 15-20% แทนที่จะเสียอัตราก้าวหน้าสูงสุด 35%

ค่าเครื่องมือแพทย์หักค่าเสื่อมได้กี่ปี?

ครุภัณฑ์การแพทย์ เช่น เครื่องมือตรวจ ตู้เย็นยา เครื่องอัลตราซาวด์ สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ 5 ปี ตามหลักเกณฑ์ภาษี โดยใช้วิธีเส้นตรง (Straight Line) เช่น เครื่องมือราคา 1,000,000 บาท หักได้ปีละ 200,000 บาท

ต้องเก็บเอกสารบัญชีคลินิกกี่ปี?

เอกสารทางบัญชี (สมุดบัญชี งบการเงิน ใบสำคัญ) ต้องเก็บรักษาอย่างน้อย 5 ปี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี ส่วนเอกสารที่เกี่ยวกับภาษี (ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หลักฐานการหัก ณ ที่จ่าย) ต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปี ตามประมวลรัษฎากร แนะนำเก็บไว้ 7 ปีเพื่อความปลอดภัย

ACC Consulting รับทำบัญชีคลินิกไหม?

ACC Consulting ให้บริการจัดทำบัญชีคลินิกทุกประเภท ทั้งคลินิกเวชกรรม ทันตกรรม และเสริมความงาม ครอบคลุมการวางแผนภาษี จัดทำบัญชีรายเดือน จัดระบบสต็อกยาใน PEAK Account ยื่นภาษีครบทุกแบบ และตรวจสอบบัญชีประจำปี ปรึกษาฟรีที่ 02-114-7715 หรือ ติดต่อเราที่นี่


💡 ต้องการผู้เชี่ยวชาญดูแลบัญชีคลินิกของคุณ?

ปรึกษา ACC Consulting ฟรี! ทีม CPA มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือ

📞 02-114-7715  |
✉️ [email protected]  |
ติดต่อเราออนไลน์

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น อัตราภาษีและข้อกำหนดทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ accconsulting.co.th

Facebook
Twitter
Pinterest

ความรู้/ข่าวสารที่คุณอาจสนใจ

เงินกู้ยืมกรรมการ

บริษัทกู้ยืมกรรมการ คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ถึงปลอดภัยสุด? (แนวทางลดเสี่ยงโดนสรรพากร)

บริษัทกู้ยืมกรรมการ คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ถึงปลอดภัยสุด ไม่เสี่ยงโดนสรรพากร?           เจ้าของกิจการหลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้: ธุรกิจต้องหมุนเงินด่วน เลย “ให้กรรมการยืมเงินบริษัท” ไ

อ่านต่อ »
ธุรกิจคอร์สต้องเข้าใจเรื่อง “รายได้รอการรับรู้” เพื่อไม่ให้กำไรผิดเพี้ยน!

“รายได้รอการรับรู้” เรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจคอร์สต้องเข้าใจ ก่อนที่ตัวเลขกำไรจะหลอกคุณ!

          เคยไหมครับ? ธุรกิจของคุณขายคอร์สเรียน คอร์สความงาม หรือโปรแกรมฟิตเนสได้ยอดขายเป็นแสนในเดือนเดียว แต่พอสิ้นเดือนมาดูตัวเลขกำไร กลับไม่รู้เลยว่า “ที่เห็นกำไรอยู่ในบัญชี จริ

อ่านต่อ »
📊 บัญชี = เข็มทิศธุรกิจ ใช้ข้อมูลบัญชีช่วยตัดสินใจให้มีกำไรจริง ACC Consulting Peak Account Partner

บัญชี = เข็มทิศธุรกิจ: ใช้ข้อมูลบัญชีช่วยตัดสินใจให้มีกำไรจริง

หลายคนมอง “บัญชี” แค่เป็นเรื่องบันทึกตัวเลขไว้ส่งภาษีตอนสิ้นเดือนหรือสิ้นปี แต่ความจริงแล้ว “บัญชี” คือ เข็มทิศของธุรกิจ ที่ช่วยชี้ทางว่า | ธุรกิจของคุณกำลัง “เดินหน้า สะดุด หรือถอ

อ่านต่อ »

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า