เขียนและตรวจทานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญบัญชีและภาษี ACC Consulting Co., Ltd. · อัปเดตล่าสุด: 4 สิงหาคม 2569
ความรู้ภาษี SME
สรุปให้เร็ว: ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมกรรมการ ต้องคิดไม่ต่ำกว่าราคาตลาด เพราะหากไม่คิดหรือคิดต่ำเกินไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร สรรพากรมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดตามมาตรา 65 ทวิ (4) ในทางปฏิบัตินิยมอ้างอิงอัตรา MLR ของธนาคารพาณิชย์ หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่าผลตอบแทนที่บริษัทควรได้รับ สูตรคือ ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราต่อปี × (จำนวนวัน ÷ 365) และต้องมีสัญญาพร้อมเอกสารอธิบายที่มาของอัตรา
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือหลัก เงินกู้ยืมกรรมการ: ภาษี บัญชี และวิธีจัดการให้ถูกต้อง โดยเจาะลึกเฉพาะประเด็น “การคิดดอกเบี้ย” ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ SME หลายรายถูกประเมินภาษีย้อนหลังโดยไม่รู้ตัว
1ทำไมเงินให้กู้ยืมกรรมการ “ต้อง” คิดดอกเบี้ย
เมื่อบริษัทให้กรรมการกู้เงิน กฎหมายถือว่าเป็นการให้กู้ยืมทางธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ดังนั้นบริษัทจึง “ควรได้” ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย หากบริษัทเลือกไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดต่ำกว่าตลาด มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน “สมมติ” ดอกเบี้ยขึ้นมาตามราคาตลาดในวันที่ให้กู้ แล้วถือเป็นดอกเบี้ยรับของบริษัท (อ่านคำอธิบายมาตรานี้แบบละเอียดได้ที่ มาตรา 65 ทวิ (4) อธิบายเข้าใจง่าย)
2ควรคิดดอกเบี้ยอัตราเท่าไร
กฎหมายใช้คำว่า “ราคาตลาด” โดยไม่ระบุตัวเลขตายตัว ผู้ประกอบวิชาชีพจึงเลือกอัตราที่ สมเหตุสมผลและอธิบายที่มาได้ ตัวเลือกที่นิยมใช้อ้างอิง ได้แก่
| อัตราอ้างอิง | เหมาะกับกรณี |
|---|---|
| MLR / MRR ของธนาคารพาณิชย์ | อัตราที่ปลอดภัยและอธิบายง่ายที่สุด เพราะสะท้อน “ต้นทุนตลาด” ที่ผู้กู้ทั่วไปต้องจ่าย |
| อัตราที่บริษัท กู้ยืมมาเอง | หากบริษัทมีเงินกู้จากธนาคารอยู่แล้ว การให้กรรมการกู้ต่อในอัตราไม่ต่ำกว่านั้นถือว่าสมเหตุสมผล |
| อัตรา ดอกเบี้ยเงินฝาก (ขั้นต่ำ) | ใช้เป็น “พื้น” ขั้นต่ำ เพราะอย่างน้อยบริษัทควรได้ผลตอบแทนเท่าที่ฝากธนาคารได้ |
3สูตรคำนวณดอกเบี้ย
กรณีกู้เต็มปีสามารถใช้แบบย่อคือ เงินต้น × อัตราต่อปี ได้เลย แต่หากกู้ไม่เต็มปีหรือทยอยเบิก ต้องคำนวณตามจำนวนวันจริงของแต่ละยอด
4ตัวอย่างการคำนวณ 3 กรณี
สมมติอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตลาด = 6% ต่อปี และอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล = 20% (ตัวเลขเพื่อประกอบความเข้าใจ)
| กรณี | การคำนวณ | ดอกเบี้ยรับ |
|---|---|---|
| 1. กู้ 1,000,000 บาท เต็มปี | 1,000,000 × 6% × (365÷365) | 60,000 บาท |
| 2. กู้ 1,000,000 บาท 6 เดือน (183 วัน) | 1,000,000 × 6% × (183÷365) | ≈ 30,082 บาท |
| 3. กู้ 500,000 บาท 90 วัน | 500,000 × 6% × (90÷365) | ≈ 7,397 บาท |
ในกรณีที่ 1 ดอกเบี้ยรับ 60,000 บาท จะทำให้บริษัทมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 60,000 × 20% = 12,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีธุรกิจเฉพาะที่อาจเกิดขึ้นหากเข้าลักษณะกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์)
5บันทึกบัญชีและภาระภาษีของดอกเบี้ยรับ
- บันทึกดอกเบี้ยรับ: เดบิต ลูกหนี้ดอกเบี้ย/เงินสด — เครดิต รายได้ดอกเบี้ยรับ ตามงวดที่เกิดขึ้น (เกณฑ์สิทธิ)
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล: ดอกเบี้ยรับเป็นรายได้ นำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิ
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ: อาจเกิดขึ้นราว 3.3% ของดอกเบี้ยรับ หากถูกมองว่าเป็นการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ (ขึ้นกับข้อเท็จจริง)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมกรรมการ ต้องคิดกี่เปอร์เซ็นต์?
ไม่มีอัตราตายตัว แต่ต้องไม่ต่ำกว่าราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควร นิยมอ้างอิง MLR ของธนาคารพาณิชย์ หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่าผลตอบแทนที่บริษัทควรได้รับ และควรมีเอกสารอธิบายที่มาของอัตรา
คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้กรรมการอย่างไร?
ใช้สูตร ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราต่อปี × (จำนวนวัน ÷ 365) เช่น กู้ 1,000,000 บาท อัตรา 6% เต็มปี ได้ดอกเบี้ยรับ 60,000 บาท
ถ้าคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดได้ไหม?
ทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุอันสมควรและพิสูจน์ได้ มิฉะนั้นสรรพากรมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดตามมาตรา 65 ทวิ (4)
ไม่แน่ใจว่าควรคิดดอกเบี้ยกี่ % สำหรับกิจการของคุณ?
ACC Consulting ช่วยกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล จัดทำสัญญาและเอกสารรองรับ พร้อมวางระบบบันทึกดอกเบี้ยรับให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง: คู่มือเงินกู้ยืมกรรมการ (ฉบับเต็ม) · มาตรา 65 ทวิ (4) อธิบายเข้าใจง่าย · 5 วิธีเคลียร์เงินกู้กรรมการ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำเฉพาะราย ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยและภาษีเป็นเพียงตัวอย่าง อัตราจริงควรอิงราคาตลาด ณ วันที่ให้กู้ และควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพก่อนตัดสินใจ · อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) — กรมสรรพากร (rd.go.th)


